Profil de MatineeMatinee's spacePhotosBlogListesPlus Outils Aide

Matinee

Occupation
Lieu
Centres d'intérêt 
13 mars

Talking about the StopGlobalWarming.org campaign

 

Quote

 
9 janvier

TAGGED!!!

เห็นมาจากเว็บยัยวี (http://v-vince.spaces.live.com) ว่าโดนป้าต๋า (http://caci.exteen.com/category-Untitled) tag มาให้เขียน blog
 
"การ blog tag ก็เหมือนการเล่นวิ่งไล่จับ ที่ถ้าเราถูกแปะแล้วต้องไปแปะคนอื่นต่อ โดยคนที่โดนแปะจะต้องทำการเขียนเรื่องราวของตัวเองที่คิดว่าไม่ค่อยมีคนรู้ 5 เรื่องลงในบล็อคของตัวเอง แล้วค่อยไปแปะคนอื่นต่อไปอีก 5 คน (จดหมายลูกโซ่ชัดๆ) ให้เขียนต่อ โชคยังดี ที่คนที่เคยโดนแปะไปแล้วไม่สามารถโดนแปะซ้ำซ้อนได้ ไม่งั้นคงเล่นกันเป็นวงกลมแน่ๆ" Copyright by  ป้าต๋า
 
555 copy กันมาเป็นทอดๆ เพิ่งรู้เหมือนกันว่า blog tag มันเป็นยังไง ตั้ง 5 เรื่องแน่ะ เอาเรื่องไหนดีเนี่ยยยยยยยย ต้องเป็นเรื่องที่คนอื่นไม่ค่อยรู้ด้วย ไอ่เราก็คนเปิดเผย มีเรื่องอะไรที่เพื่อนๆ ไม่รู้กันมั่งนะ อืมมมมมมม
 
1. น้ำปลาหวาน
น้ำปลาหวานในความเข้าใจทุกคน คือไอ้น้ำเหนียวๆ ข้นๆ สีน้ำตาล ใส่หอมใส่กุ้งแห้ง ไว้กินกะมะม่วงใช่ป่ะ แต่น้ำปลาหวานในความหมายเรา(ตอนเด็กๆ) คือ น้ำตาลใส่น้ำปลาแหละ เพราะเด็กๆ เรากินเผ็ดไม่ได้เลย แล้วมะม่วงเปรี้ยว กินเปล่าๆ ก็เปรี้ยวเกิน เลยปรุงสูตรเอง เดี๋ยวนี้ถ้าหาน้ำปลาหวานจริงๆ กินไม่ได้ ก็ยังใช้สูตรนี้อยู่นะ
 
2. ว่ายน้ำ
มีเรื่องเล็กน้อยหลายเรื่อง รวมไว้หัวข้อเดียวละกัน เรื่องแรก เราดำน้ำเป็นก่อนจะว่ายน้ำแหละ ประหลาดดี ที่บ้านชอบพาไปเที่ยวต่างจังหวัด แล้วก็พาเล่นน้ำสระ แล้วเด็กๆ ชอบเรื่อง Little Mermaid มาก เลยลองดำน้ำเองจนเป็น เรื่องสอง เราเคยเรียนว่ายน้ำหนเดียวแล้วเลิก ที่บ้านเห็นชอบดำน้ำ เลยพาไปเรียนให้เป็นเรื่องเป็นราว ปรากฏว่า พาไปวันแรกก็ประทับจายย น้ำสระทั้งเย็นทั้งลึก ยืนไม่ค่อยถึง ไปถึงวันแรกก็ให้ว่ายพุ่งตัวจากด้านหนึ่งไปด้านหนึ่ง กลัวอ่ะ ไกล กลัวจม เลยไม่ยอมไปเรียนอีก ต้องให้พ่อสอนท่าเอง ซึ่งก็เป็นในเวลาอันรวดเร็ว (ไม่รู้จะส่งไปเรียนทำไม)

3. แมงกะพรุน
สัตว์ที่เรากลัวที่สุดคือแมงกะพรุน (ถ้าไม่นับพวกแมลงนะ เราว่าผู้หญิงแทบทุกคนกลัวแมลงอ่ะ) เราไม่กลัวสิงโต เสือ หมาป่า งู ฉลาม บลาๆๆๆ นอกจากว่าถูกโยนลงไปอยู่ด้วยกันกะมัน แต่แมงกะพรุนเนี่ย มันฝังใจ เพราะโดนมาตั้งแต่เด็ก 3 ครั้งแล้ว ยังมีแผลเป็นของครั้งแรกเหลืออยู่ถึงทุกวันนี้ที่ข้อเท้าซ้ายเลย ดังนั้นสิ่งแรกที่คิดถึงเวลาจะลงทะเลคือ มันมีแมงกะพรุนรึเปล่า ฉลง ฉลามเนี่ยไม่เคยคิด

4. ความฝันในวัยเด็ก
เด็กๆ เราอยากเป็นสัตวแพทย์แหละ ใครรู้มั่งยกมือขึ้น แต่ที่เปลี่ยนใจทีหลัง เพราะรู้ว่ามันต้องเรียนรักษาสัตว์ได้ตั้งแต่ปลาทองไปถึงช้าง แค่คนอย่างเดียวก็จำไม่ไหวแล้ว แล้วคงทำใจไม่ได้ ถ้ารักษามันตาย หรือเกิดไปชอบสัตว์เลี้ยงชาวบ้านเค้าจะทำยังไงละเนี่ยยยย คิดไปคิดมาเลยไม่เป็นดีกว่า

5. พิมพ์สัมผัส
แต่ก่อนเราพิมพ์สัมผัสไม่ได้แหละ เชื่อมั้ย เรียนคอมนะเนี่ย แต่ตอนนี้พอพิมพ์ได้มั่งแล้ว มีต้องเหลือบมองเป็นระยะๆ เวลาพิมพ์ผิด ที่ตอนหลังพิมพ์ได้เนี่ย สาเหตุเนื่องมาจาก................................
"พิมพ์นิยาย"
คือเราว่าใครก็ตามที่พิมพ์ไม่เป็น แต่พอมานั่งพิมพ์นิยายเป็นร้อยหน้าเนี่ย มันต้องมีติดในความทรงจำมั่งแหละว่า ตัวอะไรอยู่ตรงไหน และเนื่องจากสาเหตุนี้ เราเลยพิมพ์สัมผัสภาษาไทยดีกว่าภาษาอังกฤษ เหอะๆๆ ประหลาดมั้ย

หมดละ 5 เรื่อง คิดตั้งนาน ขอ tag ผู้เคราะห์ร้าย 5 รายต่อไป ดังนี้น้า

ทอม - http://chat9780.multiply.com

รี่ - http://cherry55.multiply.com

ยะ - http://yadamon999.multiply.com

ออย - http://neenae.multiply.com

เอ่ออออ ได้แค่ 4 คนอ่ะ เอาเท่านี้ก่อนละกัน

25 septembre

มีคนแบบนี้รึยัง?

*เราอาจจะหาความหมายของทุกสิ่งมาตลอดชีวิต
แล้ววันหนึ่งเราก็พบว่า
เพียงแค่มีบางสิ่ง ชีวิตก็มีความหมายแล้ว
มนุษย์เกิดขึ้นมาท่ามกลางความโดดเดี่ยว
พร้อมด้วยหัวใจคนละ 1 ดวง
เมื่อ มนุษย์ 2 คนมาพบกัน
เราจึงเรียนรู้ว่า 1 + 1 อาจจะยัง คงเท่ากับ 1
แต่ความโดดเดี่ยวนั้นหายไป
ที่ เล็กๆ ขนาดไม่ใหญ่โตไปกว่ากำปั้น
ที่ทำให้เราอยู่รวมกันบนโลกใบนี้
อวัยวะที่สะกดด้วยอักษรง่ายๆ
ใช้ แทนคำว่า "รัก" ได้เป็นอย่างดี
 
**ความรัก ที่ประทับใจขอเก็บไว้ในใจแล้วอมยิ้มนะ
ความรัก ที่ไม่ประทับใจขอเก็บไว้เป็นประสบการณ์
ความรัก ที่ทำเพื่อผู้อื่นเป็นความภูมิใจแบบเก็บไว้เอง
ความรัก ที่ทำเพื่อตัวเองนั่นไม่เรียกว่ารัก
ความรัก ที่คุณเจอในอดีตขอให้เป็นความทรงจำที่แสนดี
ความรัก ที่คุณเจอในปัจจุบันขอให้สมหวังกันทุกคน
ความรัก ที่คุณจะเจอ ในอนาคตให้อธิษฐานกันเอาเองนะ
 
"ถ้าอ๊อกซิเจนทำชีวิตนี้ดำรงอยู่ได้
ความรักก็ทำให้การมีชีวิตนั้นมีความหมายมากยิ่งขึ้น"
 
***เคยมั้ยที่จะมี คุณเคยมีคนแบบนี้ที่ไม่ ใช่พ่อแม่พี่น้องหรือยัง?
ตอบตัวเองให้ได้ว่าใคร
เคยมั้ยที่จะมี...คนให้อภัยคุณทุกอย่าง
เคยมั้ยที่จะมี...คนอยู่เคียงข้างคุณเวลาที่คุณเสียใจ
เคยมั้ยที่จะมี...คนจดจำความเป็นคุณได้ทุกอย่าง
เคยมั้ยที่จะมี...คนยอมเสียสิ่งที่รักเพื่อคุณ
เคยมั้ยที่จะมี...คนเห็นคุณสำคัญกว่าเพื่อน
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณอยู่ด้วยเฉย ๆ แล้วมีความสุข
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่มั่นใจในคำว่ารักของคุณ
เคยมั้ยที่จะมี...ไม่อายเมื่อเดินข้างคุณ แม้คุณหน้าตาไม่ดีก็ตาม
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่ทนคุณได้ไม่ว่า คุณจะด่า จะว่า เค้ ายังไง
เคยมั้ยที่จะมี...คนรับได้ในสิ่งที่คุณเป็นไม่ว่าจะมีคนมาว่าร้ายคุณยังไง
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่เห็นความผิดของคุณเป็นเรื่องน่ารัก
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณอยากตื่นมาแล้วก็เจอกันที่สุด
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณคิดถึงเค้า แม้ว่าคุณไม่เหงาก็ตาม
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณคิดถึงคนแรก เมื่อคุณทุกข์ใจ
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณรู้ว่า เค้าช่วยให้คุณสบายใจได้
เคยมั้ยที่จะมี...คนแคร์คุณมากมาย ไม่ว่าคุณจะทำร้ายเค้า ยังไง
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่รับรู้ตัวตนที่แท้จริงของคุณ
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่ยังรักคุณแม้คุณไม่เห็นความสำคัญของเค้าเลย
 
“ถ้าคุณเคยมีเค้าคนนี้อยู่จริง คุณควรถนอมเค้าไว้ให้ดี ถ้าคุณสูญเสียเค้าไปคุณเองที่จะเป็นคนเสียใจ “
 
ความหมายของหัวใจ เราอาจจะหาความหมายของทุกสิ่งมาตลอดชีวิต
แล้ววันหนึ่งเราก็พบว่า เพียงแค่มีบางสิ่ง ชีวิตก็มีความหมายแล้ว
 
***************************************************************************
 
ซึ้งดีอะ เลยเอามาลงบล็อก เผื่อแผ่เพื่อนๆ ด้วย
25 août

วันหนึ่งของชีวิตแต่งงาน...

วันนี้เช็คเมล ได้เมลจากรี่มาอันนึง

อ่านแล้วซึ้งดี เลยอยากเอามาลงบล็อค

 

ถึงคนที่แต่งงานแล้วและยังไม่ได้แต่ง


เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อ่านแล้วกินใจมาก ลองอ่านและซึมซาบความรู้สึกอย่างช้า 
เมื่อเธอต้องการหย่าขาดจากชั้นไป.... เธอควรเป็นคนที่จูงมือชั้นออกไป "

ในวันแต่งงานของผม ผมจูงมือภรรยาของผมในอ้อมแขน รถแต่งงานจอดหน้าที่พักของเรา
เพื่อนเจ้าบ่าวบอกผมว่า ผมควรจะอุ้มเธอเข้าไปในบ้าน ดังนั้นผมจึงทำตาม 
เธอเขินอายในอ้อมแขนผม
ผมช่างเป็นเจ้าบ่าวที่มีความสุขที่สุดในโลก... 

นี่เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วสิบปี... ในวันถัดๆ มาทุกอย่างก็เหมือนเดิม

เรามีลูกด้วยกัน...ผมทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะหาเงินมาจุนเจือครอบครัว...
เมื่อเราเริ่มมีฐานะที่ดีขึ้น... ความห่างของเราก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน...    ทุกๆ เช้าเราออกจากบ้านไป
ด้วยกันแล้วก็ถึงบ้านเวลาเดียวกัน
ลูกเราเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้าน ดูเหมือนความรักของเราช่างน่าอิจฉายิ่งนัก... 

แต่แล้ว ความสงบสุข ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างมิได้คาดหมาย....

เจนเข้ามาในชีวิตของผม .... ผมยืนอยู่ที่ระเบียงบ้าน... 
เจนเข้ามาสวมกอดผมจากด้านหลัง.. 

หัวใจผมเต้นแรงด้วยความรัก... 

ที่นี่...เป็นอพาร์ทเมนท์ที่ผมซื้อให้เธอ...
เธอบอกว่า คุณเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงทุกคน    ถวิลหา... 
คำพูดของเธอทำให้ผมนึกถึงภรรยาผม... 

ตอนที่เราแต่งงานกันใหม่  ...เธอบอกว่า
วันที่คุณประสบความสำเร็จ ผู้ชายอย่างคุณจะมีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้ามาหา... 

ผมเริ่มรู้สึกลังเล... 

ผมรู้ว่าผมกำลังทรยศภรรยาผม... 

แต่ผมก็ได้ทำลงไปแล้ว....
ผมปลีกตัวออกจากเจน 

"วันนี้คุณไปเลือกเฟอร์นิเจอร์เองแล้วกันนะ ผมต้องเข้าออฟฟิศ "  ...
แน่นอน... เธอไม่ค่อยพอใจนัก เพราะผมสัญญากับเธอว่าเราจะ    ไปด้วยกัน...

ในตอนนั้น...ความรู้สึกถึงการหย่าร้างเริ่มวิ่งเข้ามาในความคิดผม....ทั้งที่จริงๆ 
แล้วผมไม่เคยมีความคิดนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
แต่ผมก็พบว่าเป็นเรื่องยากที่จะบอกกับภรรยาของผม..... 
ไม่ว่าผมจะพูดกับเธอดีสักเพียงใด... 

เธอจะต้องเจ็บปวดใจอย่างแน่นอน...

จริง  แล้วเธอเป็นภรรยาที่ดีมาก.... 

ทุกๆ เย็นเธอจะวุ่นวายกับการทำอาหาร..ในขณะที่ผมนั่งอยู่หน้าทีวี

ทานอาหารเสร็จเราก็นั่งดูทีวีด้วยกัน...
หรือ... ถ้าผมจะเลือกเป็น...นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์.... 
มองเรือนร่างอันงดงามของเจน...
ช่างเป็นอะไรที่น่าฝันถึงเสียจริง

วันนึงผมพูดทีเล่นทีจริงกับภรรยาของผมว่าจะเธอจะทำยังไงถ้าเราหย่ากัน... 
เธอจ้องมองผมอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน...และเธอก็ไม่ได้ตอบว่าอะไร...

เธอมั่นใจว่าการหย่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวเธอมาก...

ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าหากเธอรู้ว่าเรื่องที่ผมกำลังพูดอยู่นั้นเป็นเรื่องจริง... เธอจะเป็นอย่างไร

วันนึงภรรยาผมมาที่ออฟฟิศ...สวนทางกับเจนที่เพิ่งจะออกไปพอดี... 
พนักงานทุกคนทำหน้าตาเลิกลั่ก...    เหมือนกำลังพยายามซ่อนอะไรบางอย่างจากเธอ....
เธอเหมือนจะรับรู้มันได้...  

แต่เธอก็ยิ้มน้อย  กับพนักงานทุกคน....

แต่ผมก็สังเกตเห็นแววตาที่เจ็บปวดของเธอภายใต้รอยยิ้มนั้น


ในที่สุด...เจนก็บอกกับผมว่า...

หย่ากับเธอนะ..แล้วเราอยู่ด้วยกัน..

 

ผมพยักหน้า....
ผมจะลังเลอีกต่อไปไม่ได้อีกแล้ว....

 

ผมตัดสินใจบอกภรรยาผมในอาหารค่ำ..
ผมมีอะไรจะบอกคุณ... 

 

เธอนั่งทานอาหารอย่างเงียบ ๆ...

ผมสังเกตเห็นแววตาอันเจ็บปวดของเธอ...

มันทำให้ผมพูดในสิ่งที่ผมต้องการพูดไม่ออก..
แต่ท้ายที่สุดผมก็พูดออกไป...

ผมต้องการหย่า...เธอดูไม่ตกใจกับสิ่งที่ผมเพิ่งจะพูดออกไปเลย...

ผมย้ำกับเธออีกครั้ง...

เธอเขวี้ยงตะเกียบในมือทิ้ง...
แล้วตะโกนใส่หน้าผมว่า...

คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย...

 

เราไม่ได้คุยกันอีกเลยคืนนั้น... 
เธอร้องไห้อย่างหนัก...

ผมรู้ว่าเธออยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตแต่งงานของเรา...
แต่ผมเองไม่สามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้...

เป็นเพราะใจผมได้ให้เจนไปหมดแล้วงั้นเหรอ...

ผมคงไม่สามารถบอกเธออย่างนั้นได้..

มันจะทำให้ผมรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก...

ผมร่างสัญญาการหย่าร้างขึ้น...

ระบุว่า..เธอเป็นเจ้าของบ้าน...

ทุกๆ อย่างในบ้าน ทั้งรถ... หุ้นบริษัท 30% 

ผมยกให้เธอหมด....

เธอเหลือบมองกระดาษที่ผมร่างขึ้น...

แล้วฉีกมันทิ้ง...

มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น....

ผู้หญิงที่ผมอยู่ด้วยมาเป็นระยะเวลาสิบปีกลายเป็นคนแปลกหน้ากันภายในหนึ่งวัน...

ผมไม่สามารถคืนคำที่ผมพูดไปได้...

เธอร้องไห้ด้วยความเสียใจอย่างที่สุด...

สำหรับผมแล้ว...

การร้องไห้ของเธอเหมือนเป็นการปลดปล่อยความสับสนของตัวผมเอง...

หลังจากที่ผมกลุ้มใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ของผม...

ในที่สุด...มันก็เป็นรูปธรรมขึ้นมาจริงๆ เสียที

คืนนั้น...ผมกลับถึงบ้านค่อนข้างดึก...
เห็นเธอเขียนอะไรบางอย่างบนโต๊ะ..

ผมหลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความเพลีย...

ผมตื่นขึ้นมาอีกทีแล้ว
พบว่า...
เธอเขียนเงื่อนไขการหย่าร้างว่าเธอไม่ต้องการสิ่งใดจากผม...

แต่เธอต้องการให้ผมให้เวลาเธอหนึ่งเดือนเพื่อตั้งตัวสำหรับการหย่า...

และในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนนั้นทุกอย่างต้องดำเนินไปตามปกติ...

ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอต้องการให้ลูกจบการศึกษาซึ่งกำลังจะมาถึงเสียก่อน..

เธอไม่อยากให้ลูกต้องเห็นความล้มเหลวในการแต่งงานของพ่อแม่ก่อนเวลานั้นจะมาถึง...

รัชต์..คุณจำได้มั้ย...

วันที่เราแต่งงานกัน...

คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอดในวันที่เราเข้าเรือนหอ..

ผมพยักหน้า..

 

นั่นเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของชั้น...
ชั้นมีเรื่องขอร้อง...

ชั้นอยากให้คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอดจากห้องนอนไปถึงด้านล่างทุกวันนับจากวันนี้
ไปจนถึงวันที่เราต้องแยกจากกัน
ผมยอมรับด้วยความเต็มใจ...

ผมรู้ดีว่า    เธอคิดถึงวันดีๆ เหล่านั้น...

และเธอต้องการให้ชีวิตการแต่งงานเธอจบลงด้วยความทรงจำที่ดี

ผมบอกเจนถึงเงื่อนไขที่ภรรยาผมตั้งขึ้นในการหย่าร้าง...

เธอหัวเราะถึงความไร้สาระของเงือนไข....

ภรรยาผมบอกกับผมว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม....
เธอจะต้องยอมรับผลของการหย่าร้างให้ได้...    
คำพูดของเธอทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง....

 

เราไม่ได้ถูกต้องตัวกันเลยนับแต่วันที่ผมขอเธอหย่า...

ความจริงเหมือนจะเป็นคนแปลกหน้าต่อกันด้วยซ้ำไป...

พอถึงวันที่ผมประคองเธอลงจากห้อง
วันแรก...มันจึงทำให้ผมทำตัวไม่ถูก...

ลูกชายเราตบมือแล้วพูดด้วยความดีใจว่า
ว้าว... 
วันนี้พ่ออุ้มแม่ลงจากห้องด้วย....

 

มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น......

เธอบอกว่าอย่าบอกลูกเราถึงเรื่องของเรา...

ผมพยักหน้า...ด้วยความรู้สึกผิดอย่างเต็มเปี่ยม...

ผมขับรถไปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์..แล้วเลยไปออฟฟิศ
วันถัดมา...ความรู้สึกขัดเขินเริ่มน้อยลงไป...

เธอซบบนอกผม...เราใกล้ชิดกันมากจนผมได้กลิ่นน้ำหอมของเธอ...
ผมถึงได้ตระหนักว่า....

เธอไม่ใช่เด็กสาวอีกต่อไปแล้ว...เธอเริ่มมีริ้วรอยบนใบหน้ามากขึ้น

ในวันที่สาม...เธอกระซิบบอกผมว่าสวนกำลังรื้ออยู่ให้เดินระวังด้วย...
ในวันที่สี่...มันช่างเหมือนกับว่าเราเป็นคู่รักที่หวานชื่นมาก...ภาพของเจนเริ่มเลือนลางไป...
วันที่ห้าและหก..เธอคอยเตือนผมในเรื่องเล็กๆน้อยๆ 
เช่นเธอวางเตารีดไว้ที่ไหน...

ผมควรจะระวังอะไรบ้างตอนทำอาหาร...และอื่นๆ อีกมากมาย...
ความสนิทสนมของเราเพิ่มมากขึ้นทุกที...ผมไม่ได้บอกเจนถึงเรื่องนี้เลย... 
ผมรู้สึกว่าผมอุ้มเธอง่ายขึ้นทุกวันโดยไม่ได้สังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเธอเลย...
หรือบางทีคงเป็นเพราะผมแข็งแรงขึ้น...

แต่แล้วผมก็พบว่ามันไม่ใช่อย่างที่ผมคิด...

เป็นเพราะว่าเธอผอมลงจนไม่สามารถใส่เสื้อผ้าเดิมได้...

นั่นต่างหากที่ทำให้ผมอุ้มเธอได้ง่ายขึ้น
ผมรู้ดีว่าเธอพยายามซ่อนความขมขื่นเอาไว้...

ลูกของเราร้องขึ้นว่า 
พ่อได้เวลาอุ้มแม่แล้วนะ...

สำหรับลูกแล้ว....การได้เห็นพ่ออุ้มแม่เป็นภาพที่เขามีความสุขที่สุด.....
เธอเอื้อมมือไปกอดลูกไว้แน่น...ผมทนมองภาพนั้นไม่ได้จริง  
ผมกลัวว่าผมจะเปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้าย

และแล้ววันสุดท้ายก็มาถึง....

ผมอุ้มเธอไว้ในอ้อมกอด...เท้าผมแทบจะก้าวไม่ออก.......

เธอบอกกับผมว่า...
ความจริงแล้ว...ชั้นอยากให้คุณอุ้มชั้นไปจนเราแก่เฒ่า...

ผมกอดเธอแน่น...และผมก็ตระหนักว่า..
ชีวิตคู่ของเราขาดการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน....

ผมขึ้นรถทันทีเพื่อจะไปยังจุดหมายใหม่..

ผมลังเลเล็กน้อย..
แต่ในที่สุดแล้ว..ผมก็มาพบเจนจนได้....

 

เธอเปิดประตูออก...ผมบอกเธอว่า 
เจน..ผมขอโทษ...
ผมจะไม่หย่า....

 

เธอมองหน้าผม แตะหน้าผากผม..

คุณสบายดีหรือเปล่า

เจน...ผมขอโทษ...ผมขอโทษจริง ๆ... 
ผมจะไม่หย่ากับภรรยาผม...

ชีวิตการแต่งงานของเราน่าเบื่อมันเป็นเพราะผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กน้อย...
ผมขาดการเอาใจใส่ในตัวเธอ....

มันไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้รักกัน....

ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว....ว่า
ตั้งแต่วันที่ผมอุ้มเธอเข้าบ้าน...เธอมีลูกให้ผม...ผมควรจะประคองเธอไปจนแก่...

เจนตบหน้าผมอย่างแรงและกระแทกประตูใส่ผม....

 

ระหว่างทางกลับบ้านผมแวะร้านดอกไม้....
พนักงานขายดอกไม้ถามว่าจะเขียนว่าอะไร....

ผมให้เธอเขียนว่า...ผมจะอุ้มคุณทุกเช้าจนกว่าเราจะแก่

 
*****************************************************


ใครว่า การรื้อฟื้นความทรงจำครั้งเก่าๆ ไม่สำคัญน้า น่าให้มาอ่านจริงๆ เลย

4 août

โคตรรักเอ็งเลย

Title : เขียนถึงคนบนฟ้า
Album : Ost.
โคตรรักเอ็งเลย
Artist :
พิง ลำพระเพลิง
 
เพิ่งรู้ว่าเหนื่อยแค่ไหน ที่ต้องใช้ชีวิตลำพัง
ฟ้าทุกเช้ามันอ้างว้าง ตั้งแต่เธอจากไป
ชีวิตต้องเดินก็รู้ แต่ไม่รู้จะเดินเพื่อใคร
ดาวบนฟ้าคว้ามาได้ ใครจะร่วมชื่นชม

* ยามค่ำคืนยังยืนมองขอบฟ้า
เธอสบตากับฉันบ้างหรือเปล่า


** คิดถึงเธอ คนที่ดีที่สุด

  ถึงแม้ได้พูดในวันที่มันสาย
ยังคงรักเธอ เธอได้ยินฉันไหม
อยู่แห่งไหน หัวใจมีแต่เธอ

 

เพิ่งรู้ว่ากอดมันหวาน
เมื่อเธอนั้นไปไกลลับตา
ใช้ทั้งสองมือไขว่คว้า คงไม่มีค่าใด
ห้องน้อยของเธอกับฉัน ที่วันนั้นมันดูแคบไป
เพิ่งจะรู้มันกว้างใหญ่ เกินจะนอนคนเดียว

(*,**, **)   

 

...ได้ยินไหม...คิดถึงเธอ...

 **************************************************

Title : ทรายกับทะเล
Album : Ost.
โคตรรักเอ็งเลย
Artist :
เจี๊ยบ วรรธนา


จะเหนื่อยเพียงไหน จะทุกข์เพียงใดโปรดรู้
ตรงนี้ยังมีฉันอยู่ พร้อมจะดูแลหัวใจ
หากมรสุม จะทำเธอเหน็บหนาวใจ
พายุจะแรงแค่ไหน จะคอยอยู่ข้างเคียงเธอ

หากมีวันไหน ที่เธอไปไกลจากฉัน
ในหัวใจไม่เคยหวั่น และจะคอยเธอย้อนมา
ก็ใจมันรู้ คลื่นลมจะคอยพัดพา
คอยซัดทะเลเข้าหา หาดทรายแห่งนี้ดังเดิม

*
คือผืนทรายที่โอบทะเลไว้

จะวันใดมั่นคงเหมือนดังที่เป็น    
อยู่เคียงข้างเธอ
ใจไม่ไหวเอน และยังคงชัดเจนอย่างนั้น

หาดทรายยังสวย รายล้อมทะเลด้วยรัก    
คงไว้ด้วยใจแน่นหนัก ไม่หวั่นยามพายุผ่าน
จะมีเพียงฉัน และเธอตราบนานเท่านาน  
มีรักมีใจผสาน ดั่งทรายอยู่คู่ทะเล

 ************************************************** 

เพลงเพราะๆ จากหนังดีๆ เรื่องนึงที่เพิ่งไปดูฉลองครบรอบ 4 ปีครึ่งมา

 

ปกติไม่เคยเขียน blog เลยนะ ไม่รู้จะเขียนอะไร

เห็นคนโน้นคนนี้มีเรื่องเขียน มีเรื่องระบาย

แต่เราไม่อยากเขียน มีอะไรก็อยากเก็บไว้คนเดียวมากกว่า

ไม่ก็เคลียร์กะเจ้าตัวให้รู้เรื่องไปเลย

 

แต่ไปดูเรื่องนี้มาแล้ว รู้สึกอยากจะเขียนอะไรซักอย่าง

อยากบอกว่า  ชอบหนังเรื่องนี้มาก

มันเหมือนกำลังดูชีวิตตัวเองอยู่

เวลาผ่านไป  อะไรๆ มันก็เริ่มเคยชิน

...จนชินมากเกินไป

บางอย่างใกล้ๆ ตัว พอเวลาผ่านไป

ก็เริ่มมองข้ามมัน

 

"เหงาเพราะอยู่เพียงลำพัง...ไม่น่ากลัวเท่ากับ....การที่มีเขาอยู่แล้วยังรู้สึกว่างเปล่าเหมือนไม่มีใคร"

  ************************************************** 

ความรักไม่ใช่เรื่องของเหตุผล แต่เป็นเรื่องของการยอมนะ

แล้วเค้าต้องยอมตัวเองตลอดเหรอ

 

ฟังประโยคนี้แล้วตะหงิดๆ

ทำไมผู้ชายต้องคิดว่า เป็นการยอมฝ่ายเดียวด้วย

บางที เหตุผลของผู้หญิง ผู้ชายก็ไม่เข้าใจหรอก

เหมือนเหตุผลของผู้ชาย ที่ผู้หญิงก็คิดว่า มันช่าง เป็นเหตุเป็นผลจนน่าตื้บ

 

แดงไม่ได้อยากได้โซฟาเฉยๆ แดงอยากได้ที่พักเหนื่อย

แล้วตัวนั้นพักเหนื่อยไม่ได้เหรอ

 

โอ้โห! ยังกะประโยคยอดฮิต นี่ผู้ชายผู้หญิงทั่วโลกคิดแบบนี้เหมือนกันหมดรึเปล่า

ก็อยากได้ตัวนี้อะ ดูแล้วมันน่าสบายจะตาย ตัวนี้ไม่ได้เหรอ

 

เดี๋ยวซื้อตัวอื่นให้อีก 30 ตัวเลย แต่ตัวเนี้ย มันไม่เข้ากับบ้านจริงๆ

 

ประชดรึเปล่า จะซื้อโซฟาให้ 30 ตัว แต่ยกเว้นตัวที่อยากได้สุดๆ ตัวเดียวเนี่ย

โซฟาที่อยากได้ กับเรื่องเฟอร์นิเจอร์ไม่เข้าชุด เรื่องหลังดูเป็นเหตุเป็นผลกว่าก็จริง

...แต่สำคัญด้วยเหรอ?

 

เสียใจที่ฉันพูดแล้วเธอไม่ฟัง

แต่..เศร้าใจยิ่งกว่า...

เมื่อฉันพูด....เธอฟัง

..แต่...

ไม่เข้าใจ

  ************************************************** 

ดูแล้วก็ขำปนโมโหกับความทื่อของรงค์นะ

ยิ่งแดงเจอกับหมอรักษ์ แหม หนังก็จงใจทำให้เพอร์เฟคซะจริง

ยิ่งอยู่บ้านข้างๆ ยิ่งเปรียบเทียบใหญ่

หลายคนอาจจะว่า แดงทำไม่ถูก

แต่ถ้าอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน จะเข้าใจดีเลยล่ะ

(ไม่ได้หมายถึงตัวเองน้า แค่จินตนาการได้เฉยๆ)

 

นอกกายกับนอกใจ อย่างไหนร้ายแรงกว่ากัน

อืม... น่าคิดมาก ระหว่างคนทำผิด แต่หัวใจไม่ได้คิดตามไปด้วย

กับคนที่แอบคิดในใจ แต่ไม่ได้แสดงออก

... ใครผิดมากกว่ากัน

 

นอกกาย... ทำไปแล้ว เต็มๆ เลย ถ้าตามกฎหมายเก๊าะผิดเต็มประตู ต่อให้ไม่คิดอะไรซักนิดก็เถอะ

แต่ถ้าเรื่องของความรัก มันก็แค่ความต้องการทางกาย หมดแล้วหมดกัน ไม่มีอะไรต่อเนื่องอีก

(ผู้หญิงบางคนอาจจะคิด แค่นั้นก็ไม่ได้เฟ้ย เมียอยู่บ้านทั้งคน ยังจะออกไปหาข้างนอกอีก

เอาว่า ไม่มีความเห็นละกัน)

 

นอกใจ... ยังไม่ได้ทำอะไรเลย แค่แอบคิด คิด คิด คิดอยู่ในใจ รักก็แอบรักอยู่ในใจ

ไม่ได้ทำอะไรผิดศีลธรรมซักอย่าง

แต่บาปทางใจ

 

ใครจะตัดสินได้ ว่า 2 อย่างนี้ อย่างไหนร้ายแรงกว่ากัน

  ************************************************** 

ทะเลาะกัน แดงขับรถตกหน้าผา

 

ชีวิตจริงไม่เหมือนในนิยาย

 

ชีวิตจริงของคนบางคน ไม่มีโอกาสได้ปรับความเข้าใจกันตลอดทั้งชีวิต

ทั้งจากตาย และจากเป็น

 

คำสุดท้ายที่พูดกัน ความรู้สึกที่บอกออกไปตอนนั้น

คือคำว่า เราเลิกกันเถอะ

ทั้งที่จริงๆ อาจจะพูดไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ

แต่ใครจะรู้ว่า จะมีโอกาสหน้าให้พูดกันใหม่รึเปล่า

 

โซฟาสีแดงตัวนั้น พอเอามาตั้งแล้วก็ดูสวยดี

นั่ง... ก็ดูท่าจะนุ่มสบายดี

... คุ้มมั้ย ที่ทะเลาะกัน

  ************************************************** 

ความรักไม่ใช่เรื่องของการยอมหรือเหตุผล แต่เป็นเรื่องของหัวใจ

 

ความรัก   ไม่ได้ต้องการการยอมแต่ฝ่ายเดียว

                ไม่ได้ต้องการเหตุผลสมบูรณ์แบบมาอธิบาย

แต่เป็นเรื่องของใจสองดวงที่เข้าใจกัน

 

ถ้าวันนี้ มีคนพิเศษอยู่ข้างกาย

จงทำให้เขารู้ ว่า    คุณรักเขามากแค่ไหน

จงทำให้เขารู้ ว่า    เขามีความหมายต่อคุณมากแค่ไหน

 

ก่อนจากกัน ให้คิดว่า

ถ้าวันพรุ่งนี้ไม่ได้เจอกัน

จะเสียใจมั้ยกับที่ทำไปวันนี้

 

ก่อนจะโกรธกัน ให้คิดว่า

ถ้าวันพรุ่งนี้ไม่ได้เจอกัน

จะเสียใจมั้ยว่า เราไม่น่าทะเลาะกันด้วยเรื่องแค่นี้

 

ก่อนจะท้าทาย บอกเลิกกัน ให้คิดว่า

ถ้าวันพรุ่งนี้ไม่ได้เจอกัน

จะเสียใจมั้ยว่า สิ่งสุดท้ายที่พูด คือคำทำร้ายจิตใจที่สุดที่คนรักกันจะพูดได้

"ชีวิตต้องเดินก็รู้

แต่ไม่รู้จะเดินเพื่อใคร

ดาวบนฟ้า คว้ามาได้

ใครจะร่วมชื่นชม"

 

 
Photo 1 sur 34

Matinee's space